วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘
"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียง"อัฏฐบริขารอัน"ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา
การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจำเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีสำหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็นำไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทำบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์
การปฏิบัติตน ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่สำคัญคือ มีประเพณีหล่อเทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด 3 เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ



ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำ ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือเป็นงานประจำปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
๑. ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา
๒. ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร
๓. ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
๔. อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

DVD

DVD
เส้นทางของ DVD กว่าที่จะได้มีโอกาสคลอดสู่ตลาดนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายนัก เนื่องจากปัญหาที่ว่า DVD นั้นไม่เหมือนกับ CD-ROM เพราะ DVD ต้องการครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมภาพยนต์และอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งลำพังแค่การกำหนดมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายก็ใช้เวลาไปมากกว่า 2 ปี นี่ไม่รวมถึงความพยายามที่จะแทนที่ CD-ROM ด้วย
หลังจากนั้นในวงการคอมพิวเตอร์ เมื่อ DVD ออกสู่ตลาดก็ยังต้องการคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงอย่างเพนเทียม 133 เมกะเฮิร์ต และต้องการระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานด้วย เช่น Windows 95 สำหรับ Windows 95 ยังไม่ได้สนับสนุน DVD อย่างจริงจังนัก ผิดกับ Windows 98 ที่เริ่มให้การสนับสนุน DVD แล้ว (อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบปรากฎว่ายังสนับสนุนไม่สมบูรณ์แบบนัก)
ในที่สุดปลายปี 2540 ชุดสมบูรณ์แบบหรือชุดอัปเกรดสำหรับดีวีดีก็ออกสู่ท้องตลาด และปัจจุบัน ไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 2X ออกสู่ท้องตลาดแล้ว (ในความเป็นจริงก็คือ ไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 1x นั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไดรฟ์ซีดีรอมความเร็ว 32x แย่งปรากฎตัวออกสู่ตลาดเสียก่อน)

จุดมุ่งหมายหลักของ DVD นั้น เป็นไปเพื่อความบันเทิงประเภทภาพยนต์และเกมส์เป็นหลัก ส่วนเรื่องของซอฟต์แวร์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังนั้น จะมีประโยชน์เฉพาะโครงการที่ต้องการสื่อเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น เช่น ในวงการโฆษณา หรือโครงการวิศวกรรมที่ใช้พวก CAD/CAM หรือ โปรแกรมเกี่ยวกับมัลติมีเดีย

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ DVD
เมื่อพิจารณาทั้งหมดจะเห็นข้อดีของ DVD คือ เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้การบรรจุข้อมูลต่อ 1 ด้าน/ชั้นของแผ่น DVD บรรจุข้อมูลได้สูงถึง 4.7 GB ซึ่งเทียบได้เท่ากับแผ่นซีดีรอม 7 แผ่น ด้วยกัน (แน่ละครับ ถ้าหากใช้ครบทั้ง 4 ชั้นและ 2 ด้าน จะบรรจุข้อมูลได้สูงถึง 17 GB ทีเดียว) จึงไม่ต้องสงสัยว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จาก DVD ได้มากน้อยเพียงใด ขนาดความจุของ DVD เพียงพอสำหรับบรรจุภาพยนต์พร้อมเสียงระบบดิจิตอลรอบทิศทางแบบมีภาษาบรรยายให้เลือกได้หลายภาษา จะเห็นได้ว่าในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าซีดีรอมจะทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีทีติ และก็มีความจุในปริมาณมากพอ แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง ความต้องการของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนแปลงไป ปริมาณของข้อมูลที่
ต้องบรรจุลงไปในมีเดียในปริมาณมากขึ้น DVD จะช่วยออกมาชดเชยในเรื่องของค่าใช้จ่าย การประหยัดเวลาไม่ต้องสลับแผ่นซีดีรอม และ DVD ยังมองครอบคลุมไปถึงระบบมัลติมีเดียด้วย โดยครอบคลุมถึง AC-3 หรือระบบเสียงดิจิตัล และระบบการสนับสนุนฟังก์ชันการทำงานของระบบเสียงรอบทิศทางอื่นๆ


แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.geocities.com/ResearchTriangle/2544/dvd.htm
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=55315

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัตโนมัติ

การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัตโนมัติ

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

- สุขภาวะทางกาย
- สุขภาวะทางอารมณ์

- ความปลอดภัยของคนทำงาน
เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงที่สุดและมีผลเชิงลบต่อคนทำงานน้อยที่สุดซึ่งพบว่า สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดความเครียดในการทำงาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ


สิ่งที่ต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมในสำนักงาน

1.อุณหภูมิ

2.แสงสว่าง ที่อยู่โดยรอบคนทำงานในขณะปฏิบัติงาน

3.รูปแบบการจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์


อุณหภูมิและสภาพอากาศในการทำงานคอมพิวเตอร์
- ปกติคนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่สภาวะสบายเมื่อสภาพอุณหภูมิที่พอเหมาะคือ ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไปและไม่หนาวเย็นจนเกินไป อุณหภูมิที่สบาย

- ปัจจัยสำคัญเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคือ ความชื้น และ การเคลื่อนที่ของอากาศ โดยพบว่า ในสภาพที่มีลม คนจะรู้สึกหนาวกว่าสภาพที่ไม่มีลม ดังนั้นไม่ควรจัดโต๊ะทำงานอยู่ใต้เครื่องปรับอากาศโดยตรง และ ในห้องที่มีอุณหภูมิสูง คนสามารถทนทำงานได้ถ้าห้องถ่ายเทอากาศได้ดี

- เนื่องจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ดังนั้นจึงมีความร้อนจากตัวเครื่องอยู่ตลอดเวลาที่มีการใช้งาน ทำให้อุณหภูมิห้องสูง ห้องทำงานคอมพิวเตอร์ จึงควรจัดห้องให้มีสภาพอากาศหมุนเวียนได้ดี เช่น พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ จัดให้ห้องทำงานมีการระบายอากาศได้ดี อัตราการหมุนเวียนของอากาศภายใน 3-6นิ้วต่อวินาที และระดับความชื้นของอากาศอยู่ในช่วง 30-60%

แสงสว่างในการทำงานคอมพิวเตอร์

- ระดับความเข้มและคุณภาพของแสงสว่าง มีผลกระทบต่อการทำงาน 2 สภาวะคือ สภาวะที่ความเข้มของแสงน้อยเกินไป และสภาวะของแสงที่มากเกินไป ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ว่าด้วยระดับความเข้มของแสงตามลักษณะงานที่ต้องการความละเอียดปานกลาง เช่นงานเขียน อ่านหนังสือ กำหนดให้มีระดับความเข้ม 300 lux

- จำนวนของดวงไฟ, ระยะห่างระหว่างสายตาและหน้าจอ, ความชัดเจนของข้อมูลบนจอภาพ, ความถูกต้องของสายตาของคนทำงาน ปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการจัดสภาพแสงสว่างให้เหมาะสมในการทำงาน หากจัดสภาพไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดการรบกวนการทำงาน หรือการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา(eyestrain)และกระบอกตาได้
ข้อแนะนำในการจัดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำงาน
1. จัดให้ด้านข้างของจอภาพขนานกับช่องหน้าต่างของห้อง เพราะหากช่องหน้าต่างอยู่ด้านหลังจอภาพ จะทำให้แสงส่องเข้าตา และหากช่องหน้าต่างอยู่ด้านหลัง อาจเกิดเงาหรือจุดมืดของผู้ใช้งานตกกระทบบนจอภาพหรืออาจเกิดจุดสว่างที่จอภาพทำให้มองเห็นข้อมูลไม่ชัดเจน

2. ปริมาณแสงในห้องทำงาน ควรมีความสม่ำเสมอทั่วห้อง ไม่มีจุดสว่างหรือมืดแตกต่างกันมากนัก เพราะหากเกิดสภาพแสงสว่างไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะอ่อนล้าของดวงตา
3. ทำการขจัดแสงเงาที่จะเกิดขึ้น โดยปรับความสูงของจอไม่ให้เกิดเงาสะท้อน และเงาของแสงไฟ รวมถึงการย้ายสิ่งที่เป็นตัวสะท้อนเงาให้พ้นไปจากระดับสายตา เช่นกระดาษหรือเฟอร์นิเจอร์สีขาว ที่จะสะท้อนไปยังจอภาพ ทำให้ความชัดเจนของข้อมูลบนจอภาพลดลง

4. จัดให้แสงจากหลอดไฟ ฉายตรงบนชิ้นงานเอกสาร แต่ไม่ฉายตรงบนจอภาพหรือเข้าตาผู้ทำงาน เนื่องจากแสงไฟที่จ้าเข้าตาผู้ทำงาน มีผลทำให้แสบตา ตาแห้ง หรือปวดศีรษะได้

5. ผนังของห้องทำงานที่อยู่ด้านหลังของจอภาพ ไม่ควรเป็นสีขาวสะท้อนแสงจ้าเข้าตา หากใช้สีขาวก็ควรเป็นสีขาวนวล หรือสีโทนเย็น

6. หากมีช่องแสง ควรใช้ม่านหรือมู่ลี่ เพื่อควบคุมปริมาณแสงในห้อง ลดปริมาณความเข้มแสงที่เข้าสู่ดวงตา

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สำนักงานอัติโนมัติ

ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ
สำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) หมายถึง สำนักงานที่มีการใช้อุปกรณ์ สำนักงาน ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงในการ ปฏิบัติงาน ด้านต่าง ๆ แทนคนได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการประมวลข้อมูลข่าวสารทุกรูปแบบ โดย มีการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูล ตามที่ผู้ใช้ต้องการ โดยสำนักงานอัติโนมัตินั้นเป็นระบบงานที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูงมาปฏิบัติงานในสำนักงาน ซึ่งประกอบ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และระบบงานเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ระบบการประชุมทางไกล เป็นต้น รวมถึงการใช้โปรแกรม สำเร็จรูปต่างๆ เช่น Word Processing , Electronic Mail และ Scheduling ซึ่งถูกออกแบบขึ้นใช้งานที่จำเป็นต้อง มีการประสานงาน และการ ติดต่อสื่อสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตของงานด้านข้อมูลที่ใช้คนทำในสำนักงาน

ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ

1. ได้ข้อมูลรวดเร็วทันทีกับความต้องการ
2. ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องมากขึ้น
3. ประหยัดเวลาและค่าใช่จ่ายในด้านแรงงาน
4. เพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดต่อสื่อสาร
5. ลดงานในการควบคุมที่ไม่จำเป็น
6. เกิดการควบคุมงานในภาพรวมดีขึ้น เพราะคุณภาพงานสูงขึ้น
7. ช่วยปรับปรุงขวัญและกำลังใจในการทำงานและเพิ่มความพึงพอใจในงาน

เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

ลักษณะของการใช้เทคโนโลยีในสำนักงานอัตโนมัติ แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะงาน คือ
1. งานด้านการจัดการเอกสาร
2. งานด้านการจัดการข่าวสาร
3. งานด้านการประชุม
4. งานด้านการสนับสนุนสำนักงาน
5. งานด้านการสนับสนุนผู้บริหาร

เทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านการจัดการเอกสาร
TEXT EDITING - ใช้ในงานด้านการตรวจแก้ไขเอกสาร ของ Word Processing โดยการแก้ไขเฉพาะข้อมูลที่ผิดพลาดไม่จำเป็นต้องพิมพ์แก้ ไขข้อมูลใหม่ทั้งหมด เช่น โปรแกรม Microsoft Words ,Microsoft Excel เป็นต้น

ELECTRONIC FILING - เป็นระบบการจัดแฟ้มอิเล็คทรอนิคส์ ของการจัดเก็บจดหมาย รายงาน และ เอกสารไว้ในที่เดียวกันภายในระบบคอมพิว เตอร์ ใช้แทนตู้เก็บเอกสาร นิยมใช้ใน ระบบ Image Processingโดยการ Scan ข้อมูลที่เป็นภาพลักษณ์ โดยเครื่อง Scanner จัดเก็บไว้สำหรับ ความต้องการค้นหาในอนาคต SPREADSHEET - ใช้ในงานที่มีการคำนวณที่ซับซ้อน โดยแสดงเป็น Worksheet ที่เป็นพื้นที่สำหรับบรรจุข้อความต่างๆ สามารถกำหนดสูตร และให้คำนวณ ค่าต่างๆ โดยอัตโนมัติ ได้แก่ โปรแกรม Lotus 1-2-3 หรือ Microsoft Excel เป็นต้น
DATABASE - ใช้กับงานด้านฐานข้อมูล สำหรับการ จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และมีความ สัมพันธ์กัน เช่น ข้อมูลลูกค้า สินค้า ผู้ขาย บุคคลากร เป็นต้น โดยผู้ใช้ สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ อย่างสะดวกมากขึ้นPHOTOTYPESETTING - เป็นระบบการเรียงพิมพ์ด้วยแสง ใช้ในงานด้านการเรียงพิมพ์เอกสาร แบบฟอร์ม แผ่นพับ ใบปลิว โฆษณา เป็นต้น เป็นเทคโนโลยีชนิด Desk Top Publishing ที่ใช้โปรแกรม Page Maker หรือ Ventura เป็นต้น
MICROGRAPHICS - เป็นระบบการใช้ไมโครฟิล์มเป็นสื่อสำหรับการบันทึกเอกสาร หนังสือหรือรูปภาพต่างๆ ใช้ในงานบรรณรักษ์ห้องสมุด เป็น การประหยัดเนื้อที่จัด เก็บเอกสาร ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ขยายไมโครฟิล์ม และ ฉายขึ้นบนจอซึ่งเป็นกระจกฝ้า ปัจจุบันนำมาใช ้ในงานด้านการ ธนาคาร REPROGRAPHICS - คือระบบของเครื่องถ่ายเอกสารนั่นเอง ซึ่งสามารถถ่ายย่อ ขยาย ถ่ายหน้าหลัง จัดเรียงกระดาษสามารถถ่าย เอกสารเป็นปริมาณมากได้อัตโนมัติ รวมทั้งเย็บลวดเอกสารเป็นปึกๆ ได้ด้วย มีระบบปรับความเข้มของเอกสารโดยอัตโนมัติ และพ่วงต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางได้ด้วย
FORM DESIGN - เป็นระบบการออกแบบฟอร์มเอกสาร โดยใช้โปรแกรม Desktop Publishing แบ่งเป็นโปรแกรมประเภท พิมพ์ข้อ ความลงบนแบบฟอร์ม และ โปรแกรม แบบฟอร์มอิเล็คทรอนิคส์ ที่ใช้ผู้ใช้ปลายทางกรอกข้อความในแบบฟอร์ม เช่น ระบบการลงทะเบียนของนักศึกษา (เป็นการรวดเร็วและประหยัดกระดาษ)

เทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านการจัดการข่าวสาร

ELECTRONIC MAIL - คือระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้คอมพิวเตอร์ รับ-ส่ง ข่าวสารผ่านระบบสื่อสารข้อมูล ถึงผู้รับโดยตรง ปัจจุบันมีการ จัดทำโครงการ “ไทยสาร” เพื่อสร้างข่ายงาน E-Mail เชื่อมโยงกับ Internet สำหรับการ สื่อสารข้อมูลทางวิชาการ
VOICE MAIL - คือ ระบบไปรษณีย์เสียง ของการใช้ โทรศัพท์ เป็นการใช้เครื่องอัดเทป อัดเสียงของผู้โทรศัพท์เข้า โดยการ ฝากข้อความเป็นเสียง ถึงผู้รับโทร ศัพท์ นิยมใช้ในทางธุรกิจ เพราะผู้รับไม่จำเป็นต้องอยู่ในสำนักงาน จึงนับว่า เป็นการประหยัดเวลาในการทำธุรกิจ
VIDEOTEX - เป็นเทคโนโลยีซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน รับทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจำนวนมากได้ โดยการแพร่ภาพนิ่งหลายร้อย หน้าออกทางโทรทัศน์ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมสามารถเลือกอ่านข้อความต่างๆโดยใช้ รีโมตคอนโทรล ช่วยให้สะดวกในงานฝึกอบรมการสอนทางไกล และการรับข่าวสารต่างๆ
AUDIOTEX - เป็นการสื่อสารข้อมูลโดยใช้อุปกรณ์ โทรศัพท์ สื่อสารข้อมูลที่เป็นเสียงพูด เป็นการให้บริการลักษณะเดียวกับ Videotex

เทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านการประชุม
TELECONFERENCE
- คือ ระบบการประชุมทางไกล โดยการจัดให้ผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งอยู่ห่างกันคนละสถานที่ สามารถสนทนาแลกเปลี่ยน ทัศนะกันได้ โดยไม่ต้อง เสียเวลามาพบกัน เป็นแนวทางของการแก้ปัญหาจราจร ตัวอย่างลักษณะการใช้งานคือ สนทนาทางโทรศัพท์ ครั้งละ หลายๆคน เป็นต้น COMPUTER Teleconference - เป็นระบบการประชุมทางไกลที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อโดยตรง ใช้ระบบ Multimedia มาใช้ร่วมกับการประชุม ทางไกล โดยการส่งภาพผู้เข้าร่วมประชุมจากที่หนึ่ง ไปยังคอมพิวเตอร์อีกที่หนึ่ง พร้อมด้วยการใช้งาน E-Mail และ Spreadsheet เข้าร่วมด้วย


เทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านสนับสนุนสำนักงาน
Arithmatic Computation - คือ ระบบคำนวณทางคณิตศาสตร์ โดยสามารถจำลองคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นเครื่องคิดเลขได้ แต่ยังมีความยุ่งยาก ซับซ้อนในการเขียนโปรแกรมคำนวณอัตโนมัติ จึงมีความนิยมใช้เครื่องคิดเลขช่วยงานคำนวณแบบง่ายๆอยู่ด้วย

INTEGRATED TASK - เป็นระบบที่เกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์แบบผสมผสาน ( Integrated Software ) เช่น โปรแกรม Word Processing , Spreadsheet และ E-Mail ซึ่งปัจจุบันยังแยกเป็นโปรแกรมย่อย แต่ในอนาคตโปรแกรมเหล่านี้จะรวมเป็นโปรแกรมเดียว เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้ ENERGY MANAGEMENT - คือ ระบบการจัดการพลังงาน ไม่ให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก วิธีประหยัดพลังงานวิธีหนึ่งอาจใช้เทคโนโลย ีเข้ามาช่วย เช่น ระบบปิดเปิดไฟอัตโนมัติ อีกวิธีหนึ่ง ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีแต่ใช้การปลูกจิตสำนึกให้คนทุกคนเห็นคุณค่าของการประหยัดพลังงาน

เทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านสนับสนุนผู้บริหาร
DICTATION - คือ งานเขียนตามคำบอก เช่นเลขานุการการพิมพ์จดหมายตามคำบอกของผู้บริหาร การใช้ชวเลขในการบันทึกข้อความสำหรับ นำ ไปพิมพ์ หรือ ผู้บริหารอาจใช้วิธีอัดเสียงในเครื่องบันทึกเสียง แล้วส่งให้เลขานุการฟังแล้วพิมพ์ข้อความเหล่านั้นก็ได้

GRAPHICS - เป็นระบบการทำภาพกราฟฟิกต่างๆ เช่น แผนภูมิ กราฟ ซึ่งมีความสำคัญต่อธุรกิจ โดยเฉพาะในการสื่อสาร เพื่อนำเสนอข้อมูล และ แสดงผลงานของ บริษัท ปัจจุบันสามารถสร้างกราฟ แล้วพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ ถ่ายสไลด์ หรือส่งไปพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของระบบประมวลคำได้ด้วย
CALENDARING - ระบบนัดหมาย เป็นระบบสำคัญของผู้บริหารซึ่งต้องมีการนัดหมายกับผู้อื่นเสมอ โดยผู้บริหารจะบันทึกการนัดหมายลงใน คอมพิวเตอร์ และอนุญาติให้ผู้อื่นตรวจสอบตารางนัดได้ เพื่อจะได้มาขอพบ หรือนัดประชุม และสามารถให้บันทึกนัดหมายเป็นความลับได้หลาย ระดับ
SCHEDULING - เป็นระบบการกำหนดเวลา ที่สืบเนื่องมาจากระบบนัดหมาย โดยใช้ระบบการกำหนดเวลาตรวจเวลาว่างที่ตรงกันของผู้ที่เราต้อง การนัดพบ หรือประชุมด้วย เมื่อทราบเวลาคอมพิวเตอร์ก็จะทำการบันทึกเวลา ลงตารางนัดของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยทุ่นเวลาการทำงานได้มาก
DECISION SUPPORT SYSTEM - คือ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งอาศัยหลักทางวิทยาศาสตร์ ด้านสถิติ ด้าน Operations Research ด้านการ Forecast หลักการเหล่านี้เป็นไปได้ด้วยโปรแกรมแบบ Spreadsheet และโปรแกรมฐานข้อมูล ผนวกกันเป็นระบบช่วยสนับสนุนการ ตัดสินใจ


แหล่งที่มาของข้อมูล www.guru.sanook.com
www.geocities.com